ฮ่องกง ยังคงน่าเที่ยวอยู่ (ไหม?) รีวิวสั้นๆ ฮ่องกง 2 วัน 1 คืน

ถ้าพูดถึง คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับฮ่องกงในตอนนี้ ผมเชื่อว่า คำถามนึงที่หลายคนอาจจะสงสัยว่า “ไปฮ่องกงตอนนี้ จะปลอดภัยไหม?” ผมจึงยอมเสี่ยงชีวิตไปเที่ยวฮ่องกงในช่วงนี้ มาเล่าให้ฟังแล้วนะครับ (ดูเสียสละระดับชาติมากๆ)

ครอบครัวผม (ประกอบด้วยผม เมีย ลูกสาว) ได้ตัดสินใจไปเที่ยวฮ่องกงเป็นระยะเวลา 2 วัน 1 คืน (สั้นมากๆ) ด้วยเหตุผลง่ายๆ 2 ข้อ คือ

  1. ไป 3 วัน 2 คืน มันเปลือง
  2. กะไปแค่ กิน นอน ช้อปปิ้ง (ของภรรยาและลูกสาว)

ด้วยคำขู่ของใครหลายๆ คนที่บอกเอาไว้ว่า “อย่าไปฮ่องกงช่วงนี้นะ น่ากลัวมาก อันตรายมาก ม็อบเต็มบ้านเต็มเมืองเขาเลย”

เกือบจะหวั่นไหวไม่ไป แต่

  1. ค่าตั๋วไปกลับ 3 คนหมื่น
  2. ราคาห้องพัก ย่าน Yau Ma Tei ขนาด 54 ตรม. (เดินจากรถไฟใต้ดินแค่สองร้อยเมตร) ในราคาพันกลางๆ
  3. ค่าเงินฮ่องกงเหลือ $1 = 3.85 บาท

จึงทำให้เราเดินหน้าต่อไป

เราใช้บริการของแอร์เอเชีย (แน่นอนว่าออกเอง) ทุกอย่างที่จ่ายก็เงินเราเอง เลยไม่รู้จะเอาอะไรไปอวยกับสปอนเซอร์ (เพราะไม่มี)

วันที่ 1

ตัดภาพมาที่สนามบินดอนเมือง เช้าตรู่วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2562 คนมารอขึ้นเครื่องบางเบามาก ทั้งที่ปกติ เที่ยวบิน 06.35 น. เป็นเที่ยวบินยอดนิยม ประมาณด้วยสายตาบนเครื่องน่าจะประมาณ 50-60 คน

ตัดภาพอีกที 10.10 น. (เวลา ฮ่องกง) มาถึงสนามบินฮ่องกงเรียบร้อย คนต่อแถวตรงตรวจคนเข้าเมืองลดลงไปจากเดิมเหลือแค่ประมาณ 1 ใน 4 ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ผ่าน ตม. ฮ่องกง

ปล. แนะนำว่าควรปริ้นต์ตั๋วเครื่องบิน ขาไป ขากลับ พร้อมใบจองโรงแรมไว้ให้กับลูกทัวร์ทุกคนนะครับ เพราะตอนกลับได้ใช้แน่ๆ

เหมือนเดิมครับ หากเราเคยไปฮ่องกงกันแล้ว Octopus Card เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว ราคาเหมือนเดิม $150 (ใช้ได้ $100 + มัดจำ $50)

ซื้อ Octopus Card ตรงจุดนี้ได้เลยครับ

เนื่องจากคราวนี้เราพักอยู่แนวรถไฟฟ้าสายสีแดง ที่ผ่านย่านดังๆ การนั่งรถบัสจากสนามบินไปที่พักในเมืองจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เราจึงใช้บริการรถบัสสาย A21 ราคาเพียงคนละ $33 เท่านั้น นั่งไปประมาณ 45 นาที ก็ถึงที่พักแล้ว

พอนั่งมาถึงย่าน Yau Ma Tei ตอนเที่ยงๆ เราก็เริ่มตามรอย แบบหาในเน็ตแล้วพบว่า มีร้านชาบูบุฟเฟ่ต์ที่ใครหลายๆ คน แนะนำอย่างร้าน TOKUOKI Beef Shabu ในย่าน Mong Kok เพื่อมาพบความจริงว่า

“เขายกเลิก ชาบูบุฟเฟ่ต์ รอบกลางวันแล้ว”

เอาแล้ว ไม่ได้คิดถึงหน้านี้มาก่อนเลยแฮะ เอายังไงดี มื้อแรกในฮ่องกง ยังไม่อยากเริ่มต้นด้วย KFC หรือ McDonald’s นะจ้ะ

เดินย้อนขึ้นไปทางสถานี Mong kok ไม่ถึง 150 เมตร เราก็เจอโอเอซิสกับร้านชาบูบุฟเฟ่ต์อีกร้านนึงชื่อ Nabe Urawa

ตำแหน่งร้าน : https://goo.gl/maps/AyQHjv3KAd9jBLUB6

โดยร้านนี้ไว้มีโอกาสจะเล่าให้ฟังอีกครั้ง บอกคร่าวๆ ว่า ชุดกลางวัน จะมีชุดหมู ราคา $88 และชุดเนื้อ ราคาเริ่มต้น $108 ทานได้ 1 ชั่วโมง

ผ่านไปไวเหมือนโกหก ท้องอิ่มก็เริ่มง่วง เริ่มอยากเข้าที่พักกันก่อนแล้ว

ตัดภาพมาที่พักของเรา รอบนี้ผมเลือก Homy Residence ที่พักสำหรับนอนสามคน มีพื้นที่ใช้สอย 54-55 ตรม. ซึ่งถือว่ากว้างมากสำหรับที่พักในฮ่องกง ผมจองจาก Agoda ได้ราคาเบ็ดเสร็จที่ 1,600 บาท นอนสบายมาก จนแทบจะขี้เกียจไปข้างนอก (แล้วเอ็งจะมาฮ่องกงเพื่อ!!)

หลังจากเก็บข้าวของ อาบน้ำ ล้างหน้าล้างตา เราก็ไปทำภาระกิจสำคัญของทริปนี้คือ พาภรรยาและลูกไปช้อปปิ้งเครื่องสำอางย่าน Tsim Sha Tsui

เรียกว่า สุขสมอารมณ์หมายของภรรยาและลูกสาวกันเลยทีเดียว

ตกเย็น หลังจากแบกข้าวของกลับมาไว้ที่ห้องพัก เราก็เลยตัดสินใจว่าเย็นนี้เราจะไปเดินตลาดกลางคืน Temple Street เนื่องจากอยู่ห่างจากที่พักเราประมาณไม่ถึง 400 เมตร

ปรากฎว่า เดินไปแล้ว อารมณ์เหมือนเดินตลาดสะพานพุทธเลย เดินไปไม่ถึงครึ่งทาง เปลี่ยนใจกลับที่พักดีกว่า

จบวันที่ 1 (วันนี้ไม่มีเหตุการณ์ประท้วงอะไรให้กังวลใจ)

***************************************

Mido Cafe คาเฟ่บรรยากาศยุค 1950

วันที่ 2

เราไม่รีบร้อนในการตื่นแต่เช้า เพราะตามที่บอกตั้งแต่แรกว่า ไม่เน้นเที่ยว พอใกล้ๆ 9 โมงเช้า ผมก็ขอภรรยาและลูกไปนั่งร้านคาเฟ่บรรยากาศยุค 1950 อย่าง Mido Cafe ซึ่งเดินจากที่พักไปไม่ถึง 100 เมตร (ภรรยากับลูกสาวขอบาย เพราะไม่อินกับบรรยากาศย้อนยุค

ร้าน Mido Cafe เป็นร้านที่ยังคงบรรยากาศในยุค 1950 ไว้เป็นอย่างดี หากมีโอกาส แนะนำให้นั่งริมหน้าตาชั้นสอง จะได้อารมณ์เหลียงเฉาเว่ยมั่กๆ เนื่องจากผมมาเป็นคนแรกของร้าน เลยนั่งจุ๊ยได้อยู่พักนึง สั่งนมสดร้อน ที่เป็นเครื่องดื่มขึ้นชื่อของร้านมาทานสักแก้ว สักพักก็มีลูกค้าทยอยขึ้นมา นั่งอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็เช็คบิล จ่ายค่าเสียหายไป $25

กลับมาที่ห้อง สรุปกับภรรยาและลูกสาวว่าจะเก็บตกเครื่องสำอางที่ร้านเมื่อวานอีกรอบหนึ่ง ก่อนที่จะไปหาร้านอาหารระดับมิชลิน กับร้านห่านย่าง Po Kee แถวสถานี HKU มื้อกลางวัน

ซึ่งขอแนะนำว่า หากใครต้องการมาตะลุยกินอาหารระดับมิชลิน แนะนำว่าควรจะมาในช่วงนี้ครับ เพราะมาแต่ละร้านนี่ไม่ต้องรอคิวกันเลยครับ

หลังจากทานกันเรียบร้อยแล้ว เราก็กะว่าจะไปเดินเล่นแถวๆ Wan Chai โดยการนั่งรถรางไป แต่ปรากฎว่า รถรางกี่คันๆ ก็วิ่งไปถึงแค่ Western Market ซึ่งเรารออยู่ประมาณ 5-6 คัน ก็ตัดสินใจขึ้นไปลง Western Market แล้วกัน

สรุปว่า ช่วงตั้งแต่บ่าย 3 จะมีการชุมนุมกันที่ Victory Park ย่าน Causeway Bay ทำให้รถรางหยุดวิ่งตั้งแต่ก่อนบ่ายโมง

เราเริ่มรู้สึกว่าจะมีเค้าลางความวุ่นวาย เลยเปลี่ยนแผนนั่งรถไฟใต้ดินกลับไปเกาลูนก่อนดีกว่า (ซึ่งปรากฏว่า เราคิดถูก มีความวุ่นวายเกิดขึ้นจนลามมาถึงแถวสถานี Central จนถึงขึ้นต้องปิดสถานีเลยทีเดียว)

ประมาณ 4 โมงเย็น เราก็เลยคิดว่าจะไปหาอะไรกินกันก่อน เรียกว่า มาฮ่องกงก็ไม่ควรพลาด โจ๊กฮ่องกง เราก็เลยตัดสินใจมากินกันที่ร้านโจ๊กม่วง แถวใกล้ๆ ที่พักของเรา (พิกัด : https://goo.gl/maps/2LY1bCfp2UWcBuza9 )

ร้านโจ๊กม่วง รูปจากอินเทอร์เน็ต

ทานเสร็จ กลับไปเอากระเป๋าที่ฝากที่พักไว้ ก่อนเดินออกมารอรถบัส A21 ได้ขึ้นรถตอนใกล้ๆ หกโมงเย็น เกือบทุ่มนึงถึงสนามบิน ปรากฏว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดักรอตั้งแต่ลงจากรถบัสเลยทีเดียว เขาขอตรวจ passport ใบจองตั๋วเครื่องบินขากลับ (เดาว่า น่าจะป้องกันมิให้กลุ่มม็อบแฝงตัวเข้ามา) สักพักก็ปล่อยเราเข้าสนามบิน

หมายเหตุ ถ้าบินกลับ Airasia จะต้องลงที่ Terminal2 นะครับ ถ้าลง Terminal1 ต้องเดินข้ามมาอีกฝั่งครับ

พอเรามาถึง เช็คอินหน้าเคาน์เตอร์ ปรากฎว่า มีข่าวอัพเดทว่า ย่านที่เราพัก เริ่มกลุ่มม็อบบุกมาถึงแล้ว และมีการยกเลิกและเปลี่ยนแปลงเส้นทางรถบัสหลายสายมาก (รวมทัั้ง A21 ที่เราเพิ่งนั่งมาด้วย) เรียกว่า รอดแบบหวุดหวิดเลยทีเดียว

นั่งรอที่เกทจนใกล้สี่ทุ่ม ก็ขึ้นเครื่อง บินกลับมาถึงไทยตอนเที่ยงคืนนิดๆ จบทริปโดยสวัสดิภาพครับ

******************************

จริงๆ แล้วฮ่องกงยังคงน่าเที่ยวอยู่ไหม?

สำหรับคำตอบเรื่องนี้ จริงๆ แล้ว ฮ่องกงยังน่าเที่ยวอยู่ครับ เรื่องของม็อบหรือการชุมนุมนั้น เขาจะไม่ยุ่งกับนักท่องเที่ยว แต่มีข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการจะไปเที่ยวฮ่องกงในช่วงนี้คือ

  1. ติดตามเพจที่อัพเดทข่าวสารเรื่องม็อบและการชุมนุม ผมขอแนะนำเพจ Eat Like 852 – ตะลุยกิน เที่ยวฮ่องกง โดยคนไทยในฮ่องกง เขาจะอัพเดทข้อมูลเรื่องนี้ได้ดีเลยครับ
  2. แนะนำว่า หลังทุ่มหรือสองทุ่ม หากไม่มีเหตุที่ต้องให้ออกข้างนอก กลับเข้าที่พัก น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
  3. ถ้าเจอกลุ่มม็อบ เดินเลี่ยงๆ ออกมา อย่าไปถ่ายภาพหรือถ่ายวีดีโอพวกเขาครับ ไม่ปลอดภัย
  4. กลุ่มผู้ชุมนุมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับนักท่องเที่ยว (เว้นแต่แอบไปถ่ายรูปเขาแล้วเขาจับได้)
  5. หูตาไวนิดนึงครับ ถ้าไปตรงไหน แล้ว อยู่ดีๆ ไม่ค่อยมีคนอยู่ ชิ่งออกเลยครับ
  6. การชุมนุมของเขาจะมีตารางกำหนดในแต่ละวัน โดยแต่ละวันจะบอกช่วงเวลาการชุมนุม และสถานที่จะชุมนุม อัพเดทจากเพจ Eat Like 852 ด้านบนได้เลยครับ
  7. พอช่วงเวลาหรือย่านที่ไม่มีการชุมนุม คนออกมาใช้ชีวิตตามปกติครับ

ขอบคุณที่ติดตามจนจบบทความนี้นะครับ

*****************************

ปล. อยู่มาจนแก่ปูนนี้ เพิ่งจะมานึกทำเพจเล็กๆ อย่าง “Hipgogo คนชอบเที่ยว” กับเว็บไซต์ www.hipgogo.com เผื่อแก่ตัวไปมากกว่านี้จะได้นั่งเปิดเว็บตัวเองดูว่า เออ เราก็ไปมาหลายที่เหมือนกันแฮะ

ถ้าไม่รู้จะทำอะไร ก็ฝากติดตามหน่อยนะครับ 🙂

Leave a Comment